Webboard
     All About Koi
บ่อ บ้านของปลา
น้ำ การเลี้ยงน้ำ
การเลือกปลา การเลี้ยงและการดูแล
ยา สารเคมี ปรสิต และโรค
     English Documents
 

     All About Koi

 PP Bomb
All About Koi
   หัวข้อต่อไป: < Prev  Next >   
PP Bomb

Potassium Permanganate , KMnO4

เรื่องน่ารู้ใกล้ตัว

คุยกันมาหลายครั้ง เรื่อง PP Bomb คราวนี้ขออนุญาตทบทวนกันยาว ๆ สักที
สารอันตราย : Potassium Permanganate หรือที่เรียกกันว่า ด่างทับทิมนั้น เป็นสารเคมีใกล้ตัวใช้ล้างผักสด ใช้ฆ่าเชื้อโรคกันมาแต่นานนม เรียกว่าเป็นของคู่ครัวก็ว่าได้ ก่อนที่จะคุยกันเรื่อง PP Bomb ขอว่ากันด้วยอันตรายของด่างทับทิมกันเสียก่อน
1. PP เป็นเกล็ดสีม่วง เบาและปลิวได้ง่าย เวลาตักใช้ควรดูทิศทางลมให้ดี อาจฟุ้งกระเด็นติดเสื้อผ้าได้ ทำให้ เสื้อผ้าเสียหายแบบถาวร ซักไม่ออก
หากกระเด็นเข้าตา ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที ล้างมาก ๆ และรีบไปพบแพทย์ทันที อาจถึงตาบอดได้ เรื่องนี้สำคัญมาก ฝรั่งบอกให้ใส่แว่นกันลม (แบบนักบิน) ด้วยซ้ำไป เวลาตัก PP
2. PP มีความเข้มข้นสูง ใช้แต่ละครั้งสัดส่วนไม่มากนัก การชั่งตวงน้ำหนักให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตักวัดเป็นช้อนชา เนื่องจากมีความเบี่ยงเบนมาก ไม่แม่นยำ การชั่งโดยมีหน่วยน้ำหนักเป็นกรัม เป็นเรื่องสำคัญ
3. การใช้ PP Bomb จำเป็นต้องรู้ปริมาตรน้ำที่แน่นอน อย่างที่ว่าไปแล้ว PP มีความเข้มข้นสูง ถ้าคำนวณปริมาณน้ำผิดไป ทำให้ PP Bomb มีความเข้มข้นมากเกินไป อันตรายเป็นอย่างยิ่ง

PP. ลักษณะสมบัติ : rolleyes.gif
เป็นสารประกอบอัลคาไล ละลายน้ำได้ดี แตกตัวเป็นโปตัสเซียมอิออน (K+) และเปอร์แมงกาเนตอิออน (MnO4-) ตัวหลังนี้เป็น Oxidizing agent อย่างแรง ว่ากันง่าย ๆ คือเป็นตัวกัด/ย่อย สลายสารอื่น ๆ โดยเฉพาะสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำ
เมื่อย่อยสลาย หรือ ออกซิไดซ์สารอื่นแล้วจะได้ แมงกานิสออกไซด์ (MnO2)
PP. ทำอะไรได้บ้าง
ด้วยลักษณะการเป็นออกซิไดซิ่ง เอเจ้นท์ อย่างแรง PP.จะเจาะทำลายผนังชั้นนอกของเซลล์ และสร้างสารประกอบอื่น ขึ้นมาแทน (คราบสีน้ำตาล) สารอินทรีย์ ต่าง ๆ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เช่นแบคทีเรีย ปรสิต โปรโตซัว ตะกอน ขี้ปลา สาหร่ายเซลล์เดียว ตะไคร่น้ำ อย่างไรก็ตามความสามารถในการทำลายของ PP. ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ใช้ และระยะเวลาที่ใช้แช่
PP. สามารถใช้แก้ปัญหาในเบื้องต้นได้ในหลายกรณี มีปรสิต และแบคทีเรียหลายกลุ่ม หลายตัว ที่อยู่ในขอบเขตการทำลายของ PP. หลายชื่อคุ้น ๆ กันอยู่ Saprolegnia, Costia, Chilodinella, Ich, Fluke ทั้งที่เหงือกและตัว, Columnaris, กลุ่ม Aeromonas และ Pseudomonas รวมถึงเชื้อราและไวรัสต่าง ๆ
ทั้งนี้ PP. สามารถกำจัดได้เฉพาะแต่ตัวที่อาศัยอยู่ในน้ำและภายนอกตัวปลาเท่านั้น พวกที่อาศัยอยู่ภายในตัวปลาและขี้ปลา อำนาจการทำลายล้างของ PP.ไม่อาจครอบคลุมได้ทั้งหมด

ข้อเด่นของ PP.

1. ใช้กำจัด FLUKE
2. ใช้ชะล้าง, ทำความสะอาดแผลสด
3. กำจัดแบคทีเรียในน้ำ
4. จัดการ Saprolegnia ซึ่งเป็นตัวซ้ำเติมโรครู (ULCERS)
5. จัดการชำระคราบสกปรก ตะกอน สาหร่ายเซลล์เดียว และกลุ่ม DOC

ข้อจำกัดของ PP.
1. ห้ามใช้ร่วมกับฟอร์มาลินเป็นอันขาด, 2 ตัวนี้รวมกันเป็นสารพิษร้ายแรง
2. ใช้ออกซิเจนเป็นจำนวนมาก ๆ การใช้ PP. จำเป็นต้องมั่นใจว่าปริมาณออกซิเจนในน้ำมีเพียงพอ เหลือพอ ควรใช้ปั๊มลมเพิ่มเติมจากที่มีอยู่
3. ด้วยว่า PP. เป็นตัวกัดทำลายที่มีประสิทธิภาพ เนื้อเยื่อต่าง ๆ ของปลารวมทั้งเหงือกด้วย ต่างไม่รอด ฤทธิ์เดชของ PP.
4. ปลาบางตัวอาจไม่คุ้นเคยกับ PP. โดยเฉพาะในช่วงแรกและช่วงปลายของ PP Bomb จะมีการกระโดด หรือช็อคน้ำ ให้เตรียมตัวรับมือไว้ด้วย
5. ไม่แนะนำให้ทำ PP Bomb ในช่วงบ่ายหรือวันที่อากาศร้อนจัด เนื่องจากปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำมีน้อยกว่าปกติ
6. การทำ PP Bomb ควร By pass ระบบกรองเพื่อไม่ให้แบคทีเรียในระบบกรองถูกทำลายไป ดังนั้นจำเป็นต้องเติมออกซิเจนในบ่อกรองให้มากเข้าไว้ เนื่องจากในช่วงเวลาที่ทำ PP Bomb น้ำไม่ไหลเวียน ทำให้ในบ่อกรองขาดออกซิเจน
7. กล่าวกันไว้ว่าให้หลีกเลี่ยงการทำ PP Bomb ในน้ำกระด้างมาก (GH > 300 ppm)
8. PP Bomb ไม่work กับปรสิตตัวใหญ่ เช่นเห็บ หนอนสมอ รวมทั้งพวกไข่ของปรสิตที่มีเปลือกหนา จึงจำเป็นต้องทำซ้ำ 3-4ครั้ง เพื่อตัดวงจรชีวิตของปรสิต 

การทำ PP Bomb
PP Bomb ทำได้หลายวิธี หลายสูตร แต่ละวิธีมีเงื่อนไขและความเหมาะสมต่างกันและขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้ด้วย ในที่นี้ขอนำเสนอสัก 2-3 วิธี แต่ละวิธีมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย แต่มีส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้าง
A. คำนวณปริมาณน้ำที่ต้องใช้ให้แน่นอน ห้ามใช้วิธีกะเอา
B. งดอาหาร สำหรับเช้าวันที่จะทำ PP Bomb เพื่อให้ปลาอยู่ในสภาพตัวเบา ไม่เครียดง่าย
C. ติดตั้งปั๊มลม เพื่อเติมอากาศให้มากพอ เหลือพอ กระจายหัวทรายให้ทั่วทั้งบ่อ ควรเติมอากาศก่อนปฏิบัติการ 2 ชั่วโมง
D. เพิ่มปั๊มน้ำชั่วคราว อีก 1 ตัว เพื่อสร้างกระแสน้ำหมุนเวียนให้ทั่วทั้งบ่อใช้ทดแทนกระแสน้ำที่เรา By pass ระบบกรอง
E. เตรียมอ่างใส่น้ำขนาดพอสมควรไว้เป็นอ่างฉุกเฉิน เผื่อปลาช็อคน้ำ มีหัวทราย และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ พร้อมอยู่ใกล้ตัว
F. เตรียมถังน้ำ เพื่อละลาย PP. ก่อนเติมลงในบ่อ ห้ามใส่ PP. โดยตรงลงในบ่ออย่างเด็ดขาด น้ำที่ละลาย PP. แล้วให้หาถังหรือถุงพลาสติกเจาะรูที่ก้น ให้ไหลลงบ่อที่จะไม่มาก ที่ตำแหน่งปั๊มน้ำในข้อ D.
G. เมื่อพร้อมแล้ว ควรปิดโทรศัพท์มือถือ ป้องกันการรบกวนจากภายนอก
H. การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ , H2O2 เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นน้ำในบ่อจะเป็นสีน้ำตาลขุ่น หรืออาจมีแกมสีม่วงชมพูเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณสารอินทรีย์ ที่ PP. จัดการ ให้ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ละลายในน้ำ
ปริมาณของ H2O2 ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่เลือกใช้ เช่น เลือก H2O2 ที่ความเข้มข้น 18% จะใช้ประมาณ 10-15 ซีซี ต่อน้ำ 1 ตัน หากใช้ H2O2 ที่ความเข้มข้น 6 % ต้องใช้ 30-45 ซีซี ต่อน้ำ 1 ตัน
การเติม H2O2 ควรแบ่งเติมทีละครึ่ง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงค่าORP เป็นไปอย่างช้าๆ ค่อย ๆ เติมลงในบ่อเหมือนตอนทำ PP. ทิ้งไว้ 15-30 นาที หากน้ำยังไม่ใส ให้เติมอีกครึ่งหนึ่ง ของครึ่งที่เหลือทิ้งไว้ 15-30 นาที หากยังไม่ใส ให้เติมที่เหลือจนหมด ทิ้งไว้สักพักถ้ายังไม่ใสอีกให้เติมอีกครั้งเท่าครั้งสุดท้าย อย่าเติมทีละมาก ๆ 

วิธีที่ 1 ผมเรียกสูตร 2 ppm
1. เริ่มต้นด้วยการชั่งตวงวัด ด่างทับทิม ให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องใช้2 ppm แปลว่า 2 ส่วนในล้านส่วน
แปลว่า PP. 2 กรัมในน้ำ 1 ล้านกรัม หรือ 1 ตัน นั่นเอง
สมมุติว่า น้ำในบ่อเลี้ยง (เพราะว่าเรา By pass ระบบกรอง) มีปริมาณ 15 ตัน ใช้ PP 30 กรัมไม่ขาด ไม่เกิน การตักผง PP.ให้ระวังเรื่องความปลอดภัย ละลายน้ำให้ดีละลายให้หมด

2. หลังจากเดินเครื่องปั๊มน้ำ ปั๊มลมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มปิด By pass ระบบกรอง
3. เทสารละลาย PP.ที่เตรียมไว้ใส่ถุงหรือใส่ถังพลาสติกเจาะรู ให้ไหลรินลงที่หน้าปั๊มน้ำ เพื่อให้ PP. กระจายไปทั่วบ่ออย่างรวดเร็ว และไม่เข้มข้นเกินไป ค่อย ๆ ทำ อย่าใจร้อน คอยสังเกตุอาการปลาไว้ให้ดี อาจมีบาง ตัวทำกิริยาแปลก ๆ เช่นเตรียมโดดบก ว่ายแบบตื่น ๆ ถ้ามีให้ตักขึ้นมาใส่อ่างพักที่เตรียมไว้ ( E.)
ระหว่างนี้ PP.จะออกซิไดซ์ สารอินทรีย์ในบ่อทั้งตะกอน ขี้ปลา ปรสิต โปรโตรซัว สาหร่ายเซลล์เดียว เป็น คราบฟองสีน้ำตาล ยี่งบ่อสกปรกมาก คราบฟองสีน้ำตาลจะยิ่งมาก หากในบ่อมี DOC (สารอินทรีย์) มาก
น้ำจะเปลี่ยนจากสีชมพู/ม่วง เป็นสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในการทำ PP Bomb วันที่ 1 หากน้ำเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลทั้งหมดภายใน 15-30 นาที (ใช้แก้วใสตักน้ำแล้วส่องดู) อาจเติม PP.อีก 1 ppm
4. รอปฏิบัติการนี้ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ปลามักแสดงอาการเครียดหรือตื่นในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก หากผ่านไปแล้วไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก เมื่อครบ 2-3 ชั่วโมงแล้ว ให้จบภารกิจด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
5. ทิ้งไว้สักพักใหญ่ เปิดระบบกรองเข้าสู่ภาวะปกติ เก็บปั๊มน้ำ ปั๊มลมได้
6. งานนี้ต้องทำซ้ำอีก 3 ครั้ง คือทำในวันที่ 1,4,8,12
ในวันที่ 4,8 และ 12 หรือครั้งที่ 2,3 และ 4 พวก DOC ส่วนใหญ่จะถูกทะยอยกำจัดไปหมดแล้ว PP. จึงหันมาย่อยสลาย ปรสิต, แบคทีเรีย รวมถึงเหงือกปลาด้วย
ดังนั้น หากเติม PP.ลงในบ่อแล้ว น้ำไม่เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลทั้งหมด ยังคงเป็นสีอมชมพูอยู่แม้ว่า เวลาจะผ่านไป 2 ชั่วโมงแล้วก็ตาม ในครั้งหน้าอาจลดเวลาปฏิบัติการจาก 2-3 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมงก็มากเพียงพอ 

วิธีที่ 2 แบบ TITRATE
วิธีนี้เป็นการหาความเข้มข้นของ PP.ที่เหมาะสมให้มากเพียงพอที่จะจัดการปรสิต แต่ไม่ทำลายเนื้อเยื่อของปลา วิธีนี้เหมาะสำหรับบ่อน้ำขุ่นมี DOC สูงมาก ๆ เป็นพิเศษ
1. เตรียมขวดใส่น้ำสะอาด 1 ลิตร ใส่ PP. 1 กรัม ละลายให้ดี
2. ตักน้ำในบ่อใส่ขวดใส 1 ลิตร 5 ขวด หยดสารละลายในข้อ 1 ลงในแต่ละขวด ขวดที่ 1 ใส่ 1 ซีซี , ขวดที่ 2 ใส่ 2 ซีซี ..., ขวดที่ 5 ใส่ 5 ซีซี หมายความว่าในแต่ละขวดนั้นเราเติม PP. ลงไป 1,2,3,4,5 ppm ตามลำดับ
3. ทิ้งไว้ 15 นาที สังเกตุสีของน้ำในแต่ละขวด เลือกขวดที่เป็นขวดแรกที่น้ำมีสีชมพูอ่อน
เช่น ขวดที่ 1 สีน้ำตาล
ขวดที่ 2 สีน้ำตาล
ขวดที่ 3 สีชมพูอ่อน
ขวดที่ 4 สีชมพูอ่อน
ขวดที่ 5 สีชมพู smile.gif
ให้เลือกขวดที่ 3 หมายถึง 3 ppm
4. แปลว่า PP.ปริมาณ 3 ppmใช้จัดการ DOCในบ่อ ดังนั้นปฏิบัติการนี้ใช้ PP.ทั้งสิ้น 3+2 =5 ppm
5. เริ่มปฏิบัติการตามขั้นตอนในวิธีที่ 1 (สูตร 2 ppm ที่ว่าไปก่อนนี้) 

วิธีที่ 3 แบบ 3 ครั้งในวันเดียว
วิธีนี้เหมาะสำหรับบ่อที่มีค่า DOCสูงมาก ๆ เช่นกัน แนะนำให้ใช้ในการทำ PP Bomb ครั้งแรก, ส่วนครั้งต่อไปนั้น ให้เลือกใช้วิธีที่ 1 วิธีนี้แนะนำให้เริ่มทำแต่เช้าตรู่ 
1. เติม PP. , 2 ppm ด้วยวิธีที่ 1 ที่ว่ามาก่อนหน้านี้ เฝ้าสังเกตเหตุการณ์ริมบ่ออย่างใกล้ชิด ถ้าสีน้ำในบ่อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลภายใน 45 นาที (ใช้แก้วใสตักน้ำขึ้นมาดู) ไม่หลงเหลือสีชมพูอยู่เลย ให้เติม PP. อีก 2 ppm อีกเป็นครั้งที่2 (เมื่อครบ 45นาที)
2. ถ้าน้ำในบ่อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ภายใน 1-2 ชั่วโมง ให้เติม PP. อีก 1 ppm เป็นครั้งที่3
3. ปล่อยไว้ 2-3 ชั่วโมง จึงใช้ H2O2 เพื่อยุติภารกิจ
4. ทำซ้ำในวันที่ 4,8,12 ด้วยวิธีที่ 1

วิธีที่ 4 ORP METER
เป็นวิธีที่แม่นยำและปลอดภัยสูงที่สุด ,
ภารกิจนี้ต้องใช้ ORP METER เป็นเครื่องมืออ่านค่าคุณภาพน้ำในบ่อโดยทั่วไปแล้ว น้ำที่มีคุณภาพดีจะมีค่า ORP อยู่ในช่วง 270-330 mV , รายละเอียดของ ORP อ่านได้ในหน้าแรก “น้ำ , PART 1,2 และ 3”
1. ตรวจสอบ ORP METERว่ามีสภาพพร้อมใช้งาน , ค่า ORP สำหรับงานนี้ควรอยู่ในช่วง 470-500 mV , วาง ORP METER ในตำแหน่งที่ห่างจากจุดเติม PP. อาจเป็นตำแหน่งตรงข้ามกันก็ได้ ค่าที่อ่านได้จะเป็น ค่ากลาง ไม่มากหรือน้อยผิดปกติ
2. เริ่มเติมสารละลาย PP. ด้วยขั้นตอนของวิธีที่ 1 , ขอแนะนำที่ค่า 1-1.5 ppm ในครั้งแรกให้คอยอ่านค่า ORP ค่า ORP จะปรับค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทีละไม่มาก
3. เติม PP. จนค่าของ ORPอ่านได้ 470 mV จึงหยุดเติม PP. ค่าของ ORP จะขยับเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ไม่ ควรมากกว่า 500 mV
4. หมั่นอ่านค่า ORP ทุก 10-15 นาที พยายามรักษาค่า ORPให้อยู่ในช่วง 470-500 mV 2-3 ชั่วโมง ระหว่างนี้ อาจต้องคอยเติม PP. เป็นครั้ง ๆ ไป
5. เมื่อครบ 2-3 ชั่วโมงแล้ว ให้จบปฏิบัติการาด้วย H2O2
6. ทำซ้ำในวันที่ 4,8 และ 12 

วิธีที่ 5 แบบไม่ By pass ระบบกรอง
แนวคิดใหม่ ขอบคุณเอกสาร ตำรา จากคุณตาว
เดิมที่เชื่อกันว่าการทำ PP. ต้อง By pass ระบบกรองเพื่อปกป้อง GOOD BACTERIA ในบ่อกรองไม่ให้โดน PP. ทำลายนั้น , Nishikigoi International ฉบับ 1/2005 โดย Jasper Kuijper และ Jan Stienstra ได้เขียนบทความถึงแนวคิดใหม่ โดยเสนอแนวคิดว่า สามารถทำ PP bomb โดยไม่ต้องปิดระบบกรอง
โดยใช้ PP. 3 ppm และใช้ H2O2 หลัง 9 ชั่วโมงผ่านไป และให้อาหารหลังจากทำPP bomb ได้ 12ชั่วโมง
สังเกตุได้ว่าใช้ PP.ในปริมาณที่มากกว่าปกติที่คุ้นเคยเพื่อจัดการซากและตะกอนที่หมักหมมในมีเดียด้วย โดยการทดลองพบว่าจำนวนแบคทีเรียในระบบกรองจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ใน 3-12 ชั่วโมงแรก หลัง PP bomb

อธิบายได้ว่า PP bomb จัดการทั้งปรสิต, แบคทีเรียในบ่อกรองและDOC ที่หมักหมมอยู่แต่ไม่สามารถทำลาย Biofilm (ที่ maturedแล้ว) ได้ หลังจาก PP bomb แบคทีเรียที่หลงเหลืออยู่จึงสามารถขยายพันธุ์ และปฏิบัติการต่อไปได้ ทั้งยังมีปริมาณมากกว่าเดิม หรือกล่าวว่าระบบกรองมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เนื่องจากซากแบคทีเรียใน Biofilm , ตะกอนต่างๆที่วัสดุกรองถูกกำจัดออกไปด้วย PP bomb (เปรียบเหมือนการล้างวัสดุกรอง) ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 50-125% ขึ้นกับชนิดของวัสดุกรอง 

ว่ากันโดยรวมแล้ว ยังมีวิธีการใช้ PP. อีกหลากหลายวิธี
เช่นการใช้ที่ 2 ppm เป็นเวลา 12-24 ชั่วโมง
การใช้โซเดียมไทโอซัลเฟต แทนการใช้ H2O2
การล้นน้ำ 40%หลังการทำ PP bomb
หรือแม้แต่การใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะในการรักษา KHV ว่ากันไปตามแต่เห็นสมควร ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

เรื่องนี้อยากบอกกล่าวกันให้ทราบ อยากให้ทราบที่มาที่ไปและขั้นตอนแต่ละส่วน ส่วนการเลือกใช้ปฏิบัติตามแต่ละวิธีนั้น เป็นวิจารณญาณ และเงื่อนไขอื่น ๆ
หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ

กราฟแสดงความสัมพันธ์ของค่า ORP กับ pH


 

 © 2007 CRAFT SKILL CO.,LTD.
 

Hosting

Hosting