Webboard
     All About Koi
บ่อ บ้านของปลา
น้ำ การเลี้ยงน้ำ
การเลือกปลา การเลี้ยงและการดูแล
ยา สารเคมี ปรสิต และโรค
     English Documents
 

     All About Koi

 Dropsy และ Pop Eye
All About Koi
   หัวข้อต่อไป: < Prev  Next >   

อาการปลาตาบวม ตัวบวม

คราวนี้ ได้ข้อมูลบางส่วนของ Pop eye หรือ Dropsy มาฝากกัน
แยกเป็น2ส่วนแล้วกันนะครับ
ส่วนแรก Pop eye เป็นอาการตาบวมปูด บางทีเป็นข้างเดียวก็มี บางทีเป็นทั้ง2ข้าง  บางครั้งเกิดร่วมกับอาการตัวบวม

การตัดสินว่าปลาตัวไหนตาปูดหรือไม่ ต้องใช้การเฝ้าสังเกตุ
บางตัวอาจมีลักษณะตาโปนอยู่บ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะปลาเล็ก

อย่าเพิ่งรีบสรุปนะครับว่าปลาเป็นโรคไปเสียหมด

Pop eyeนี้ บางครั้งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเกล็ดพองหรือ DROPSY บางครั้งก็ไม่ใช่ แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังให้ดี

ส่วนที่สอง DROPSY เกล็ดตั้งเกล็ดพองว่าไปแล้ว ที่มาที่ไปเหมือนๆกัน
เรียกว่าเป็นแบบแอดวานซ์ก็พอจะได้ สาเหตุการรักษาคล้ายกันครับ เป็นโรคที่อัตรารอดต่ำ จะทำอะไร ต้องรีบทำ ช้าไว้เสียการแน่

POP EYE // DROPSY เกิดจากอะไร
ปลาใช้เหงือก และไตเป็นอวัยวะในการควบคุมสมดุลของน้ำในตัวและภายนอก
เมื่อปลาไม่สามารถรักษาสมดุลเอาไว้ได้ มักเกิดอาการมีน้ำคั่งภายในตัว ทำให้มีความดันสูงกว่าปกติ น้ำนี้จะดันตาให้ปูดออกมา
หรือทำให้ตัวบวม และจนถึงเกล็ดตั้งได้ การที่เหงือกและไตเสื่อม, (มักเกิดขึ้นกับไตมากกว่า) มีได้หลายสาเหตุ

POP EYE // DROPSY มาจากไหน
1. ความเครียด
2. การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อม เช่นอุณหภูมิ ว่ากันว่า ปลาบางตัวไวต่อการเปลี่ยนแปลง อาจมีอาการตาบวมในช่วงการเปลี่ยนฤดูจากหนาว มาเป็นอากาศอุ่น
3. คุณภาพน้ำที่ไม่ดี โดยเฉพาะพิษของแอมโมเนีย มีผลทำให้ปลาบางตัวเป็นPop eyeได้
4. อาหารที่เก่า คุณภาพต่ำ(โปรตีนที่ไม่ดี) หรือการให้อาหารโปรตีนสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ไตทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง
5. ปรสิตที่เข้าทำลายอวัยวะภายใน
6. แบคทีเรียบางตัวที่ทำให้ไตติดเชื้อ
7.ไวรัสไม่พบบ่อยนัก หากเป็นเชื้อไวรัสแล้วมักพบปลาป่วยพร้อมกันทีละหลายตัว
8. ไตทำงานหนักเกินไป เพื่อขจัดสารเคมีออกจากตัวการใช้ยา//สารเคมี ต่อเนื่อง ใช้บ่อย ใช้มากเกินโดส หรือ ที่มีการฉีดพ่นสารเคมีบริเวณบ่อ ฯลฯ
9. ภาวะไตเหงือกทำงานผิดปกติไม่สามารถทำสมดุลน้ำภายในและภายนอกได้
 
การดูแลรักษา
รวบรวมมาจากหลายที่ ว่ากันรวมๆแบบนี้ครับ
ขั้นตอนแรก ต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อน ถ้ามาจากความเครียด การเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อม คุณภาพน้ำ อาหาร จัดการแก้ไข ไม่จำเป็นต้องแยกปลาที่ป่วยออกมา เนื่องจากไม่ใช่โรคติดต่อ (เว้นกรณี ติดเชื้อไวรัส) ส่วนใหญ่แล้ว การแยกปลามากัก ในอ่างที่เล็กและขาดการบำบัดน้ำที่ดี จะทำให้อาการเป็นมากขึ้น เว้นแต่ว่ามีอ่างพยาบาลที่ดีเพียงพอจะทำให้ดูแลได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้ามีอ่างที่ใหญ่พอและระบบกรองชั่วคราว ให้แยกปลา และแช่ด้วยเกลือ 6-10กิโลกรัมต่อน้ำ 1ตัน3-5วัน ให้อุณหภูมิสูงกว่า 30 C จะช่วยได้มาก เปลี่ยนถ่ายน้ำ30-50%ทุกวัน เติมเกลือตามส่วน อย่าลืมออกซิเจน มากๆ และระบบกรองที่ดี

หากไม่ใช่สาเหตุที่ว่าไว้ หรือ 2-3วัน อาการยังไม่ดีขึ้น คงต้องเลือกวิธีการรักษาอย่างอื่นต่อไป

ถ้าเป็นกรณี DROPSY ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลยแนะนำให้พบสัตวแพทย์ ยิ่งเร็วยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะรักษาได้

ให้ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด ควรติดต่อสัตวแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง หากทิ้งไว้นานจะทำให้โอกาสหายน้อยลงไปเรื่อยๆๆๆ
ในกรณีที่จำเป็นสัตวแพทย์อาจเลือกใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างออกไป เช่น การฉีดยา การเจาะเลือดไปวิเคราะห์ หาความผิดปกติของอวัยวะ การเจาะ/ดูดน้ำออกจากช่องท้อง ซึ่งได้ผลดีกว่า การพยายามรักษาด้วยตัวเอง
การเอาน้ำออกจากตัวปลาเป็นอีกวิธีหนึ่ง อาจใช้ได้ร่วมกับขั้นตอนแรก
ใช้เกลือที่ความเข้มข้นสูง 2.2-2.5กิโลกรัม ต่อน้ำ 100ลิตร 10 นาที ห้ามเกิน ละลายเกลือให้หมดก่อน และอย่าลืมออกซิเจนมากๆๆๆๆ เฝ้าระวังตลอดเวลา ถ้าเห็นอาการไม่ดี ให้ยกเลิกทันที ทำทุกวัน 3-4วันติดต่อกัน

การรีดน้ำเหลืองออกจากใต้เกล็ด ของโรคเกล็ดพองก็มีวัตถุประสงค์เดียวกัน แต่มีความเสี่ยงกับการเป็นแผลติดเชื้อสูงมาก
ทุกเกล็ดที่รีดน้ำออก คือการเปิดแผลให้แบคทีเรียเข้าจู่โจม
แผลที่เปิด เป็นช่องทางที่ทำให้ปลาเสียน้ำออกจากตัวอย่างมาก ทำให้ปลารักษาสมดุลย์ของน้ำได้ยากขึ้น

อีกวิธีหนึ่งคือการใช้ยาปฏิชีวนะ เข้าช่วยรักษาการอักเสบ หรือติดเชื้อ ใช้ได้ทั้งการคลุกอาหารให้กิน การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือใช้แช่(เลือกยาที่ใช้ร่วมกับเกลือได้) ชนิด และปริมาณยาที่ใช้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือสัตวแพทย์ โปรดระวังการเลือกยาโดยเฉพาะที่มีผลข้างเคียงกับตับและไต

ถ้าพ้นสัปดาห์แรกไปแล้ว ยังไม่ดีขึ้น ควรพาไปหาหมอทันที
อย่างที่ว่าไว้ครับ งานนี้หนักหนาสาหัส อยากให้หามืออาชีพ
 
 
 
 
 
 
-ขอบคุณ คุณtee-kk, คุณหมอwsv และทีมงาน

 

 © 2007 CRAFT SKILL CO.,LTD.
 

Hosting

Hosting