Webboard
     All About Koi
บ่อ บ้านของปลา
น้ำ การเลี้ยงน้ำ
การเลือกปลา การเลี้ยงและการดูแล
ยา สารเคมี ปรสิต และโรค
     English Documents
 

     All About Koi

 ระบบท่อ เส้นเลือดของระบบกรอง
All About Koi
   หัวข้อต่อไป: < Prev  Next >   
ระบบท่อ   เส้นเลือดของระบบกรอง
การเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมกับการใช้งานเป็นเรื่องสำคัญ    2 เรื่องที่สำคัญมากในการออกแบบ คือ
- ให้คิดเสมอว่า ในกรณีอับโชค ท่อเส้นนั้น ๆ แตกหัก หลุด จะแก้ไขอย่างไร มี VALVE ไว้ BY PASS หรือไม่ มีพื้นที่เพื่อซ่อมแซมหรือไม่
- ปริมาณน้ำและแรงดันที่ไหลผ่านท่อนั้น ๆ เมื่อใช้งาน

 
 
ขนาดของท่อที่เลือกใช้นี้ เป็นตัวกำกับขนาดของปั๊มพ์น้ำ และรอบกรองอย่างแท้จริง หลายท่าน หลายบ่อ ตกม้าตายกันง่ายๆ ตอนกำหนดขนาดท่อที่ไม่เหมาะสม ภายหลังต้องการปรับปรุง เพิ่มเติมก็ติดขัดไปหลายเรื่อง ด้วยขนาดท่อไม่ได้ดังใจจะรื้อจะแก้ก็ทำได้ยาก เตรียมไว้ขนาดใหญเกินไป ก็ใช่ว่าจะดี หากเตรียมไว้เล็กเกินไปก็แก้ไขยาก
                                ก่อนอื่น ขอพูดจากันเรื่องการไหลของน้ำในท่อสักนิดก่อน
                                น้ำในท่อเคลื่อนที่ด้วยแรงดัน 2 ระบบ
                1. PRESSURE  FLOW : น้ำที่ออกจากปั๊มพ์ มีแรงดันมาก ทำให้น้ำเคลื่นที่เร็ว มีแรงมาก ได้ปริมาณมากแม้ในพื้นที่ (ท่อ) เล็ก
                2. GRAVITY FLOW  : การไหลของน้ำเมื่อระดับน้ำ 2 ฝั่งไม่เท่ากัน น้ำจากฝั่งที่สูงกว่าจะไหลมายังด้านที่ระดับน้ำต่ำกว่า การไหลแบบนี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของน้ำทั้ง 2 ฝั่ง หากแตกต่างกันมาก น้ำจะมีความเร็วที่สูงมากขึ้น
                                การใช้งานของระบบท่อในบ่อกรองนั้น แบบ PRESSURE FLOW มักเป็นการส่งน้ำจากบ่อกรองช่องสุดท้ายไปยังบ่อปลา ในทางกลับกัน การไหลกลับจากบ่อปลาสู่บ่อกรองและภายในบ่อกรอง มักเป็นแบบที่ 2 , GRAVITY FLOW
                                การออกแบบบ่อกรองนั้น อีกหนึ่งความต้องการคือ ต้องการใช้น้ำระหว่างบ่อปลาและบ่อกรองต่างกันน้อยที่สุดและต้องการให้น้ำในระบบกรองไหลช้า ความเร็วของน้ำในท่อ ที่ใช้ในการคำนวณมักเลือกที่ 0.75-1 เมตรต่อวินาที ตามตารางข้างล่างนี้
 
 
 หรือสรุปให้ง่ายขึ้นได้ตามนี้
   กรณีของ GRAVITY FLOW น้ำไหลในท่อขนาดต่าง ๆ ได้ปริมาณน้ำประมาณนี้
                - ท่อขนาด 6                           30 ตันต่อชั่วโมง          หรือไม่เกิน 40 ตันต่อชั่วโมง
                - ท่อขนาด 4                            12 ตันต่อชั่วโมง          หรือไม่เกิน 15 ตันต่อชั่วโมง
                - ท่อขนาด 3”                             7 ตันต่อชั่วโมง          หรือไม่เกิน 8.5 ตันต่อชั่วโมง
                - ท่อขนาด 2”                             3 ตันต่อชั่วโมง          ............................................
 
                                ตัวเลขนี้เป็นค่าเบื้องต้น ใช้ได้ง่าย ๆ ในกรณีที่ท่อไม่ยาวนัก และไม่ค่อยมีการโค้งไปมามากนัก ความยาวและการโค้งท่อไม่ว่าจะเป็น 90o หรือ 45o ก็ตาม มีแรงเสียดทาน แรงต้านทำให้น้ำไหลไม่สะดวก การออกแบบที่ดีจึงต้องให้น้ำหนักเรื่องนี้ด้วย
 
                               
                                โดยส่วนใหญ่ ท่อที่ใช้ในบ่อปลามักเป็นท่อ PVC , เกรดสำหรับงานประปา (สีฟ้า) ที่มีความหนาของท่อแบ่งเป็น CLASS 5 , 8.5 และ 13.5 ตัวเลขที่มาก จะเป็นท่อที่หนาขึ้น การเลือกใช้ความหนาของท่อให้เหมาะกับการใช้งานเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มักถูกมองข้าม
                                ท่อและอุปกรณ์ เช่น ข้อต่อ , โค้ง , และอื่น ๆ ใช้กับ PRESSURE FLOW ควรเลือก CLASS 8.5 เป็นอย่างต่ำ    โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเป็นแบบ 13.5 เท่านั้น การเชื่อมต่อใช้กาว PVC เป็นตัวช่วย โดยทากาวในตำแหน่งที่ต้องการต่อท่อเข้ากับข้อต่อต่าง ๆ ให้รอบด้านทั้งฝั่งท่อ และฝั่งอุปกรณ์ , กาวนี้แห้งเร็ว จึงต้องทำงานอย่างรวดเร็ว เมื่อทากาวทั่วดีแล้วให้ต่อท่อเข้ากับข้อต่อ ให้ลึกที่สุด แน่นที่สุด ทิ้งไว้สัก 1 นาที กาวจะแข็งตัว ทำงานอื่น ๆ ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามยังไม่แนะนำให้นำท่อดังกล่าวไปใช้งานจริงจนกว่าจะพ้น 24 ชั่วโมงไปแล้ว เนื่องจากกาวยังไม่เซทตัวดี ทำให้ความแข็งแรงของการเชื่อมต่อยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็เป็นโชคดีของการทำงานกับท่อในบ่อปลานั้น ไม่ได้รับแรงดันสูงมากมายอะไร ประเด็นนี้จึงไม่มีน้ำหนักมากนัก
                                ท่อที่ใช้กับการไหลแบบ GRAVITY FLOW นั้น อาจจะไม่รับแรงดันมากก็จริง แต่ขอเสนอให้ใช้ท่อ CLASS 8.5 ขึ้นไปและข้อต่อ CLASS 13.5 เช่นกัน หากท่อมีขนาด 4” , 6” ขึ้นไป (ท่อ DRAIN) เลือก CALSS 8.5 ก็เพียงพอ การเชื่อมต่อท่อนี้ในส่วนที่ฝังดิน หรือฝังในพื้นคอนกรีต ต้องทำให้แน่นหนา หากทดสอบได้ที่แรงดัน 200-300%  ได้ก็เป็นการดี ในส่วนที่อยู่ในบ่อกรอง บางครั้งจะถูกออกแบบให้ปรับเปลี่ยนได้อยู่บ้าง ให้เลือกข้อต่อ/อุปกรณ์ CLASS 13.5 ต่อท่อให้แน่นโดยไม่ต้องใช้กาวก็ได้ (ควรมีประสบการณ์และฝีมือทางช่างอยู่บ้าง) เพื่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
 
 ถ้าเป็นแบบ PRESSURE FLOW อาจเลือกตามคำแนะนำหรือข้อกำหนดของปั๊มพ์  แต่ละตัวเลขคร่าว ๆ พอกำหนดได้ ดังนี้
                                - ท่อขนาด 2”                            22 ตันต่อชั่วโมง        
                                - ท่อขนาด 1 1/2                     11 ตันต่อชั่วโมง        
                                - ท่อขนาด 1”                             6 ตันต่อชั่วโมง          
                                - ท่อขนาด 3/4”                          2.5 ตันต่อชั่วโมง       
                                - ท่อขนาด 1/2”                          1.25 ตันต่อชั่วโมง     
 
 การเลือกท่อที่เหมาะสม ทำให้ระดับน้ำในบ่อกรองไม่ต่ำจนเกินไปนัก ปัญหาเรื่องน้ำไหลไม่ทัน บ่อปั๊มพ์น้ำแห้ง ปั๊มพ์ไหม้จะป้องกัน หรือแก้ไขได้โดยง่าย  อีกทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพของระบบกรองขึ้นอีกด้วย
ท่อต่าง ๆ นี้ครึ่งหนึ่งอยู่ใต้พื้นหรือในคอนกรีต หากเตรียมการไว้เป็นอย่างดี เผื่อเหลือ เผื่อขาด เผื่อซ่อม ก็ยิ่งทำให้บ่อปลามีความยืดหยุ่นในการปรับปรุงเสริมแต่ง เพิ่มประสิทธิภาพในอนาคตอีกด้วย

 

 © 2007 CRAFT SKILL CO.,LTD.
 

Hosting

Hosting